post

รู้ไหม SEO แบบนี้เอาท์ไปแล้ว ในปี 2019

การทำธุรกิจออนไลน์จะต้องพยายามทำให้เว็บไซต์ถูกจัดอยู่ในอันดับหน้าแรกของการสืบค้นด้วย search engine จึงจะทำให้การทำ Digital Marketing ประสบประสิทธิผลขั้นสูงสุดคือส่งสารไปถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และทำให้สร้างยอดขายอย่างสวยงามตามที่ตั้งใจไว้

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นที่รู้จักกันในแวดวงธุรกิจออนไลน์มาหลายปี เรามาดูกันว่าการทำเว็บไซต์ SEO แบบไหนที่เอาท์หรือไม่ควรมีให้เห็นอีกแล้วในปี 2019

รู้ไหม SEO แบบนี้เอาท์ไปแล้ว ปี 2019

ส่วนของ Content SEO

การทำ Content หรือบทความ SEO ที่มีเนื้อหาซ้ำ เป็นการ Copy จากต้นฉบับที่อื่นมาโพสในเว็บไซต์ตัวเอง จะทำให้ไม่ผ่านการตรวจสอบ plagiarism ระบบ algorithm search engine ไม่ว่าจะ Google หรือ Yahoo และ Bing ทำให้อันดับของเว็บไซต์ร่วงลงไปอยู่อันดับหลัง ๆ ได้

Keyword ที่เลือกใช้ในการสร้าง Content นั้นหากยัดเยียดถ้อยคำและจำนวนที่มากเกินไป จะทำให้เกิดความเกิดความไม่เป็นธรรมชาติในการอ่าน ควรยึดหลักว่าควรจะมี keyword SEO กระจายอยู่ทั่วไปทั้งในส่วนบทนำ ส่วนเนื้อหาและส่วนสรุปหรือการให้ข้อคิดเห็น 3-4 ตำแหน่ง สำหรับบทความไม่เกิน 1000 คำก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ส่วนของ keyword SEO

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะนิยมใช้ keyword SEO แบบสั้น ๆ หรือที่เรียกว่า Short -Tail keyword เช่น ดอกไม้ วิตามิน กีฬา แต่ใน ปี 2019 ต้องปรับให้เป็น long-Tail keyword ซึ่งจะมีการเพิ่มบริบทรอบข้างของ keyword เช่น รับจัดช่อดอกไม้วาเลนไทน์ แทนคำว่าดอกไม้ วิตามินผิวขาวใส แทนคำว่าวิตามิน กีฬา E Sport แทนคำว่า กีฬา

ซึ่งเราสามารถศึกษา long-Tail keyword ได้ จาก Google search ที่จะมีการแสดงสถิติในการค้นคว้าของกลุ่มผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ผลิต Content สามารถเลือกหยิบใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเหมาะสม รวมไปถึงผู้ผลิตภาพและสื่อสำหรับงาน Digital Marketing เพื่อนำไปใช้เป็นธีมหรือแนวทางในการถ่ายภาพ ถ่ายคลิปวีดีโอ หรือสร้างสื่อมัลติมีเดียที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้นด้วย

นอกจากที่กล่าวมา การทำสื่อดิจิตอลและเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 ยังต้องคำนึงถึงสถานการณ์การใช้งานจริง กล่าวคือ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในยุค 5g มากกว่า 90% จะใช้โทรศัพท์มือถือพกติดตัวตลอดเวลาในการค้นหาข้อมูลต่างๆ แม้ครั้งละไม่นาน แต่จะมีความถี่สูง เพราะฉะนั้นการทำเว็บไซต์จึงต้องให้ตอบโจทย์ความสะดวกนี้ เรียกว่ามี mobile optimization จึงจะถูกจัดอันดับสูง และได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

รู้ไหม SEO แบบนี้เอาท์ไปแล้ว ใน

จะเห็นได้ว่า ในปี 2019 การทำเว็บไซต์ SEO ไม่ควรยึดติดกับรูปแบบเก่า ๆ ที่เอาท์ไปแล้ว ต้องสร้างสื่อดิจิตอลที่สอดคล้องกับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ส่งเรื่องราวที่ดีผ่านบทความคุณภาพสู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม

post

บทความ SEO ที่ดี ต้องมีลักษณะอย่างไร

การทำเว็บไซต์ให้มีผู้ติดตามและสื่อสารถึงผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องศึกษาการเขียนบทความ SEO ที่ดีที่ทำให้สามารถถูกสืบค้นง่ายจาก search engine และมีคุณค่าแก่ผู้อ่านในระยะยาว ดังนี้

บทความ SEO ที่ดี ต้องมีลักษณะอย่าง

มีความรู้จริงในสิ่งที่เขียน

ปัจจุบัน ผู้อ่านมีทางเลือกมากมายในการหาความรู้และการหาคำตอบในเรื่องที่สงสัยจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ บทความที่ดีจึงต้องเน้นที่สาระ ความถูกต้องของเนื้อหา มีมุมมองทั้งเชิงลึกและกว้างในสิ่งที่เขียน จึงจะทำให้ผู้อ่านติดตาม ซึ่งการจำกัดจำนวนคำไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญเสมอไป การมีความยาวมาก หากเป็นส่วนพรรณนาที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ หรือเป็นการส่งเสริมการขายเสียส่วนใหญ่ ผู้อ่านก็ย่อมไม่ประทับใจ และอาจไม่เข้ามาอ่านเพจอีก

การมีคีย์เวิร์ด SEO ที่เหมาะสม

ในแต่ละบทความ ต้องมีการกำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน มีวัตถุประสงค์ในการสร้างเนื้อหาที่ชัดเจน และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย การวิจัยคีย์เวิร์ด SEO จึงมีบทบาทมากต่อการทำ content การเลือกเพียงหนึ่งคีย์เวิร์ดต่อบทความ จะยิ่งเพิ่มความชัดเจนในเนื้อหา

โดยควรศึกษาจาก google search ซึ่งแสดงผลคีย์เวิร์ดที่ผู้คนนิยมสืบค้นทั้งในปัจจุบันและย้อนหลัง ซึ่งเรียกว่า short tail keywords เช่น เสื้อผ้า นมผง รองเท้า ฯลฯ เมื่อคุณได้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าและบริการของคุณแล้ว ก็นำมาสร้างเป็น long tail keywords เพื่อใช้ใส่ในบทความของคุณต่อไป เช่น เสื้อผ้าวัยรุ่นแบรนด์ xxx รองเท้า กีฬา แบรนด์ XXX นมผงเด็กวัยแรกเกิด เป็นต้น

กระจายคีย์เวิร์ดให้ทั่วทั้งบทความ

การมีคีย์เวิร์ดอย่างเดียวในหนึ่งหรือสองจุดของบทความจะมีนัยสำคัญไม่มากพอจะทำให้เนื้อหาสาระดี ๆ ของคุณถูกสืบค้นได้ง่ายผ่าน search engine อย่าง google yahoo โดยหลักการแล้ว ควรมีคีย์เวิร์ด SEO กระจายอยู่ใน 5 จุด ต่อไปนี้

1. ส่วนหัวต้นเรื่อง หรือtitleของบทความที่ต้องสั้น กระชับ และตรงประเด็น

2. ส่วน URL address หรือที่อยู่ของหน้าเพจที่ควรใส่คีย์เวิร์ดเป็นภาษาอังกฤษเสมอเพื่อป้องกันการพิมพ์วรรณยุกต์หรือตัวสะกดผิด

3. บทบรรยายย่อหน้าแรก หรือ description เป็นส่วนที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถปรับแต่งได้ด้วย SEO plugin

4. ส่วนหัวข้อย่อยในบทความ หรือ Heading เช่น คีย์เวิร์ดว่า Nike ก็ควรมีหัวข้อย่อยว่า Nike มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ปัจจุบัน ใครเป็น presenter ที่โดดเด่น ของผลิตภัณฑ์ Nike เป็นต้น

5. การตั้งชื่อภาพประกอบในบทความ ควรมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วยเสมอ

บทความ SEO ที่ดี ต้องมีลักษณะอย่างไร

เมื่อศึกษาส่วนประกอบของบทความ SEO ที่ดีจนสามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพ นำเสนอบนเว็บไซต์ของคุณเป็นประจำ จะทำให้เว็บไซต์มีผู้อ่านติดตามอย่างต่อเนื่องและนำมาสู่ยอดขายสินค้าที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาวด้วย

post

10 ข้อดีของการทำ SEO website

SEO เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนในวงการธุรกิจได้เริ่มทำและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ หลังการติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาทาง search engine ต่าง ๆ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังกังขาในประโยชน์ที่จะได้จาก SEO และนี่คือ 10 ข้อดีของ SEO เว็บไซต์ที่เราได้รวบรวมมา

10 ข้อดีของการทำ SEO

1. การปรับปรุงเว็บไซต์ตามหลัก SEO จะช่วยให้เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น จากการติดอันดับที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายเห็นเว็บไซต์ได้ง่ายหากติดอันดับ top10

2. SEO ทำให้ประหยัดเวลาของลูกค้าในการหาร้านค้าที่มีสินค้าและบริการที่ตรงใจและช่วยให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการเวลา เพื่อบริการลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

3. ทำให้เป็นเวทีเกิดของธุรกิจน้องใหม่อีกมากมาย ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้มากขึ้น ผ่านความตั้งใจทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและให้สาระแก่ผู้บริโภคทั่วไปด้วยบทความ SEO

4. เป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่วงการธุรกิจ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ครองใจคนรุ่นใหม่ยุคมิลเลเนียม ซึ่งเป็นผู้บริโภคสินค้าและบริการกลุ่มสำคัญในปัจจุบัน

5. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทด้วยการมีแหล่งที่อยู่ติดต่อได้ง่ายและน่าเชื่อถือผ่าน server บนโลกออนไลน์ และสามารถสืบต่อผ่าน hosting ได้ง่ายหากเกิดปัญหาในการซื้อขาย

6. เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าการประชาสัมพันธ์ผ่านวิธีอื่น ๆ เช่น การติดแบนเนอร์ การโฆษณาทางสื่อทีวี วิทยุ หรือการใช้พรีเซนเตอร์ต่าง ๆ

7. ทำให้เกิดการแก้ไขเว็บไซต์จากรากฐานคือส่วนโครงสร้างของเพจหรือเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับการประเมินของระบบ algorithm ของ search engine ต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การติดอันดับต้น ๆ ในการสืบค้น

8. การถูกกล่าวถึงจะมีมากขึ้นจากการทำ SEO เช่น เดิมทีสินค้าประเภทหนึ่ง ๆ จะมีเจ้าตลาดอยู่ การที่บริษัทน้องใหม่เร่งปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ SEO จะทำให้ตีตื้นอันดับในการค้นหาและทำให้เป็นที่จับจ้องหรือเป็นม้ามืดในวงการสินค้านั้น ๆ ได้

9. เกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อยู่นอกภูมิภาคมากขึ้น ประเด็นนี้จะเห็นได้ชัดจากร้านค้าที่เป็น offline มาก่อน แล้วมาทำเป็นหน้าร้านออนไลน์ หากทำตามระบบ SEO จะช่วยให้เพิ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศได้มากขึ้น

10. สามารถประเมินผลได้จากการทำ SEO ว่าหลังทำแล้วเพิ่ม traffic ผู้เข้าชมหรือแชร์บทความในเว็บไซต์มากน้อยกี่เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มยอดขายสัมพันธ์กับจำนวนผู้เข้าชมหรือไม่ เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการทำ SEO ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อดีของการทำ SEO website

หวังว่า 10 ข้อดีที่กล่าวมา จะช่วยให้ผู้ที่ยังลังเลในการทำ SEO ตัดสินใจได้อย่างรอบทิศทางยิ่งขึ้นและไม่ปล่อยให้โอกาสในการเติบโตธุรกิจผ่านเลยไป